กลไกและการทำงานของกล้องดิจิตอล (Digital Camera)
October 30, 2009 by Goldsaint
Filed under เรียนถ่ายภาพ
เมื่อตอนที่แล้ว เราก็ได้เรียนรู้ถึงหลักการและธรรมชาติของแสงกันไปแล้วนะครับ ทีนี้ ก่อนที่เราจะเข้าสู่เรื่องของการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล (Digital Camera) ก็ยังมีอีกเรื่องที่ผมคิดว่าเพื่อนๆน่าจะมีพื้นฐานติดเอาไว้บ้าง นั่นก็คือกลไกและการทำงานของกล้องดิจิตอล (Digital Camera)นั่นเอง ถ้าหากเราจะลงมือใช้อาวุธ แต่เราไม่เข้าใจมันให้ดีซะก่อน มันก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราเองได้จริงไม๊ครับ
ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า …
กลไกและการทำงานของกล้อง DSLR (Digital Single-Lens Reflect)
ผมจะขอเริ่มอธิบายจากกลไกและการทำงานของกล้อง DSLR ก่อนแล้วกันนะครับ เนื่องจากกลไกการทำงานของกล้องประเภทนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานไปสู่การทำงานของกล้องอื่นๆด้วย กล้อง DSLR นั้น ชื่อเต็มๆของมันก็ตือ Digital Single-Lens Reflect ว่าแต่ ทำไมต้องเป็น Single-Lens Reflect? … ไอ้ Single Lens เนี่ยคงพอจะเข้าใจกันได้อยู่ เพราะแปลออกมาตรงตัวได้ว่าเลนส์เดี่ยว นั่นก็คือกล้องที่มีเลนส์เพียงตัวเดียว แล้ว Reflect ล่ะ มันคืออะไร เริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไม๊เอ่ย
คำว่า Reflect นั้นเกิดขึ้นมาจากกระจกสะท้อนภาพอันหนึ่งซึ่งวางอยู่ด้านหน้าเซนเซอร์รับภาพ ซึ่งจะทำหน้าที่สะท้อนแสงที่ผ่านเข้ามาทางเลนส์ขึ้นสู่ช่องมองภาพ (Viewfinder)ให้เรามองเห็นกัน ยิ่งพูดอาจจะยิ่งงง เรามาดูขั้นตอนการทำงานของกล้องกันดีกว่า น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

จากภาพกลไกการทำงานของระบบ DSLR (Digital Single-Lens Reflect) เราจะเห็นว่า เมื่อแสงลอดผ่าน Lens (1) เข้ามาแล้วก็จะวิ่งไปชนเข้ากับกระจกสะท้อนภาพ (Reflected Mirror) (2) หักเหแสงที่ได้ขึ้นสู่ด้านบน ผ่าน Focusing Screen (6) (ถ้าเพื่อนๆนึกภาพไม่ออกว่า Focusing Screen คืออะไร .. ลองถึงถึงภาพเวลาที่เรามองผ่าน Viewfinder แล้วจะเห็นเป็นจุดโฟกัส 3 จุดมั่ง 10 จุดมั่ง แล้วแต่รุ่นของกล้อง จุดที่เรามองเห็นเหล่านั้นล่ะครับ เกิดมาจากลวดลายบนเจ้า Focusing Screen นี่เอง) ทีนี้แสงที่สะท้อนขึ้นมามันก็จะพุ่งขึ้นสู่ด้านบน แล้วทำยังไงล่ะ เราถึงจะเห็นภาพผ่าน Viewfinder (8)ได้ .. เค้าก็คิดค้นสิ่งหนึ่งขึ้นมาเรียกว่า Pentaprism (7) เพื่อหักเหแสงอีกทีนึงเข้าสู่ Viewfinder และด้วยระบบนี้เราจะเห็นได้ว่า ภาพที่มองเห็นตอนเล็งผ่าน Viewfinder นั้น มันก็คือภาพภาพเดียวกับที่เลนส์มองเห็นเลย ตรงนี้มีประโยชน์มากๆสำหรับการจัดองค์ประกอบภาพ ทำให้ความคลาดเคลื่อนมีน้อยลง (กล้องบางชนิดที่มีช่องมองภาพด้านบน แต่ไม่ใช่ DSLR ภาพที่เรามองเห็น จะเป็นภาพที่มองทะลุกระจกมองภาพออกไปเฉยๆ ไม่ใช่ภาพที่สะท้อนขึ้นมาจากเลนส์ ทำให้การจัดองค์ประกอบอาจมีการผิดเพี้ยนได้)
กล้องดิจิตอล (Digital Camera) ถ่ายภาพได้อย่างไร
เอาล่ะครับ ทีนี้เรามองเห็นภาพที่จะถ่ายละ จัดองค์ประกอบเรียบร้อย แต่ทำยังไงจะถ่ายภาพได้ล่ะ? จากที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า การถ่ายภาพก็คือการที่กล้องบันทึกค่าแสงที่ได้รับผ่านเลนส์ลงบนเซนเซอร์รับภาพ (4) แล้วประมวลผลออกมาเป็นภาพให้เราเห็นผ่านทางจอ LCD ทีนี้ลองย้อนกลับมาดูที่กลไกตามภาพด้านบน จะเห็นว่าในขณะที่เรามองภาพเพื่อจัดองค์ประกอบอยู่นั้น เจ้ากระจกมองภาพมันก็ดันมาขวางหน้าพระเอกของเรา (เซนเซอร์รับภาพ) อยู่พอดิบพอดี
ทำยังไงดีล่ะ .. เค้าก็คิดระบบกลไกขึ้นมาเพื่อดีดเจ้ากระจกมองภาพนี้ให้ยกขึ้นเพื่อหลีกทางให้แสงวิ่งผ่านเข้ามาได้ (จากภาพด้านบน กระจกสะท้อนภาพ (2) จะยกขึ้นจากตำแหน่งเดิมของมันไปอยู่ที่ตำแหน่ง (5)) เพื่อนๆคงจะเคยได้ยินเสียงฟลึบฟลับๆ กันมาบ้างเวลาที่มีการลั่นชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ เสียงนี้ล่ะครับ คือเสียงที่เวลาเจ้ากระจกสะท้อนภาพดีดตัวขึ้นนั่นเอง สุดท้ายพอกระจกสะท้อนภาพยกตัวขึ้น แสงก็ลอดเข้ามาได้ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของม่านชัตเตอร์ที่จะต้องเปิดออก เพื่อควบคุมให้แสงตกกระทบสู่เซนเซอร์รับภาพในปริมาณที่เราตั้งไว้ ก็เป็นอันสิ้นสุดกระบวนการ เพื่อนๆจะสังเกตได้อีกอย่างหนึ่งว่า ระหว่างกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ เราจะไม่สามารถมองเห็นภาพผ่านทาง Viewfinder ได้เลย นั่นก็เพราะขณะนั้นไม่มีกระจกสะท้อนภาพนั่นเอง เป็นยังไงบ้างครับ เริ่มพอจะเข้าใจกระบวนการทำงานของกล้องคู่ใจของเราบ้างรึยัง ผมเคยเห็นบางคนที่เริ่มหัดใช้กล้องใหม่ๆมักจะมีคำถามประมาณว่า เราจะปิดเสียงชัตเตอร์กล้อง DSLR ได้ไม๊ ถึงตรงนี้ คิดว่าน่าจะได้คำตอบกันแล้วนะครับว่าทำได้หรือไม่ อิอิ :p
การทำงานของกล้องดิจิตอลคอมแพค (Digital Compact)
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก่อนจะจากกันวันนี้ ผมขออ้างอิงไปถึงการทำงานของกล้องดิจิตอลคอมแพค (Digital Compact) นิดนึงครับ การทำงานเพื่อบันทึกภาพของกล้องดิจิตอลคอมแพค (Digital Compact) ก็เป็นหลักการเดียวกับกล้อง DSLR นี่ล่ะครับ เพียงแต่กล้องดิจิตอลคอมแพค (Digital Compact) จะไม่มีกระจกสะท้อนภาพ ไม่มีม่านชัตเตอร์ แล้วก็ไม่มี pentaprism อย่าเพิ่งงงกันนะครับ ว่ามันจะถ่ายรูปออกมาได้อย่างไร … อธิบายให้ฟังได้ง่ายๆว่า เมื่อแสงลอดผ่านเลนส์เข้ามามันก็จะตกกระทบลงบนเซนเซอร์รับภาพเลยครับ นั่นก็คือเซนเซอร์จะได้รับแสงตลอดเวลาที่เปิดกล้อง ตรงนี้ทำให้เกิดข้อดีคือ สามารถนำมาทำเป็นระบบ Live view อย่างที่เราใช้ๆกันอยู่ได้ (ระบบ Live View ก็คือการที่เรามองภาพก่อนถ่ายผ่านทางหน้าจอ LCD แทนที่จะเป็น Viewfinder) ทีนี้พอเวลาเรากดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ กล้องก็จะใช้ระบบควบคุมแบบ Electronics เพื่อปิด-เปิด การทำงานของเซนเซอร์รับภาพให้ได้ปริมาณแสงตามที่เราตั้งไว้ เมื่อนำค่าแสงที่ได้ไปประมวลผลต่อ ก็จะได้ภาพสวยๆออกมาตามที่เราต้องการ .. เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอสรุปแบบนี้ครับ
- ม่านชัตเตอร์ –> ถูกแทนที่ด้วยระบบ Electronics ตัดต่อการทำงานด้วยวงจรไฟฟ้า
- กระจกสะท้อนภาพ –> ไม่จำเป็นต้องมีเพราะใช้การแสดงผลภาพผ่านทาง Live View
- Pentaprism –> ไม่จำเป็นต้องมีเนื่องจากไม่ต้องใช้กระจกสะท้อนภาพ
และด้วยเหตุผลหลักๆสามข้อนี้ล่ะครับ ทำให้กล้องดิจิตอลคอมแพค (Digital Compact) เป็นกล้องเป็นกล้องที่มีจุดเด่นอย่างที่มันเป็น นั่นก็คือ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก และใช้งานง่าย เป็นที่นิยมของคนทั่วไป
วันนี้พูดกันถึงแต่เรื่องราวทางเทคนิคทั้งนั้นเลยนะครับ
เพื่อนๆคงจะเริ่ม มึนๆ เบลอๆกันบ้างแล้ว ผมก็ถือโอกาสขอจบเอาไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่า ให้เวลาเพื่อนๆได้ทบทวน และหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่ผ่านๆมาแล้ว ก่อนที่ในตอนหน้า เราจะลงลึกไปถึงในส่วนของเซนเซอร์รับภาพ เลนส์ และทางยาวโฟกัสกันครับ
มาเรียนถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล(Digital Camera)กันดีกว่า
October 27, 2009 by Goldsaint
Filed under เรียนถ่ายภาพ
สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่หลงรักในการถ่ายภาพทุกๆท่านเลย หัวข้อนี้ทางทีมงาน LungKlong.com (หลังกล้อง.com) ของเราจัดขึ้นมาให้เป็นพิเศษเลยครับ สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ หรือน้องๆ ที่สนใจคิดอยากจะเริ่มเรียนถ่ายภาพด้วย กล้องดิจิตอล(Digital Camera) อย่างจริงจังซักทีแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน เพื่อนๆบางคนอาจจะนึกอยากซื้อหากล้องดิจิตอล(Digital Camera) เหมาะๆมือมาใช้คู่กายซักตัว แต่ก็ยังงงๆ ไม่รู้ว่าจะเลือกยังไง อ่านสเปคแล้วไม่เข้าใจ … ตรงนี้ทางเรามีคำตอบมาฝากครับ
ทำไมต้องเรียนถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล(Digital Camera)
เมื่อ 4-5 ปีก่อน ถ้าพูดถึงกล้องดิจิตอล(Digital Camera) แล้วยังเป็นอะไรที่ค่อนข้างไกลตัวพวกเราอยู่พอสมควร ส่วนนึงก็ด้วยราคาที่ยังค่อนข้างสูงอยู่มาก เทคโนโลยีก็ยังใหม่ กล้องที่ออกมาก็มีขนาดใหญ่ เทอะทะไปบ้าง โดยเฉพาะถ้าพูดถึงกล้อง DSLR (Digital Single-lens Reflect) นี่ยิ่งแล้วใหญ่ น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้จับ ได้ใช้ ราคาก็อยู่ในหลักห้าหมื่นขึ้นไปกันเลยทีเดียว ^^’ จนมาถึงวันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้กล้องมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง Compact กล้อง DSLR หรือแม้กระทั่งกล้องมือถือก็ทำออกมาคุณภาพสูงจนน่าทึ่ง เรียกได้ว่ากล้องดิจิตอล(Digital Camera) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเราอย่างเต็มตัวแล้วก็ว่าได้
กล้องดิจิตอล (Digital Camera) มีกี่แบบ
ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาอย่างจริงจังต่อไปในตอนหน้า เรามาว่ากันด้วยเรื่องเบาๆ ถึงประเภทของกล้องดิจิตอล(Digital Camera) ซักหน่อยเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยนะครับ กล้องดิจิตอล(Digital Camera) นั้น ผมขออนุญาติแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามการใช้งานทั่วๆไปในปัจจุบันดังนี้ครับ
1) กล้อง Digital Compact

กล้อง Digital Compact น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกล้องที่พวกเราส่วนใหญ่จะคุ้นเคยมากที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก พกพาง่ายๆ ไปที่ไหนก็ได้ เวลาจะหยิบออกมาใช้งานก็สะดวก การใช้งานก็ง่ายๆ ส่วนใหญ่จะมีโหมดการถ่ายแบบสำเร็จรูปเช่น ถ่ายคน ถ่ายวิว ถ่ายกลางคืน มาให้แล้วอย่างเสร็จสรรพ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้กล้อง Digital Compact ก็ยังคงพัฒนาฟังก์ชันช่วยการใช้งานแบบนี้ออกมายั่วน้ำลายพวกเราอยู่เรื่อยๆ จะเห็นได้จากกล้องรุ่นใหม่ๆจะมีลูกเล่นเช่น ระบบตรวจจับรอยยิ้มก่อนลั่นชัตเตอร์ (face detection) หรือจะเป็นระบบเลือกจุด Focus ได้ด้วยการสัมผัสบนจอ touch screen และอื่นๆที่คงจะทะยอยตามกันออกมาอีกมากมายให้เราได้เลือกใช้กัน
2) กล้อง Prosumer

หากผมใช้คำว่ากล้อง Prosumer หลายๆคนอาจจะเริ่มขมวดคิ้วนิดๆว่าเอ๊ะ นี่มันคือกล้องประเภทไหนกันหว่า แต่ถ้าผมเรียกว่ากล้อง DSLR Like แล้วล่ะก็ คงมีคนร้องอ๋อเพิ่มขี้นอีกเยอะเลย กล้อง DSLR Like (ขออนุญาติเรียกแบบนี้ตามกระแสละกันนะครับ) จริงๆแล้วก็ถือว่าเป็นกล้อง Digital Compact ประเภทหนึ่ง เนื่องจากมันมีขนาดเซนเซอร์รับภาพที่เท่าๆกัน กลไกการทำงานเพื่อให้ได้ภาพออกมาก็ใกล้เคียงกัน สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับกล้องประเภทนี้ก็คือฟังก์ชันในการถ่ายภาพต่างๆที่ใกล้เคียงกล้อง DSLR ก็เลยเป็นที่มาให้หลายๆคนเรียกมันว่า DSLR Like เพื่อนๆที่ยังไม่เคยจับกล้องประเภท SLR คงอาจจะงงๆว่าไอ้ฟังก์ชันที่มันเพิ่มมาเหล่านี้มันคืออะไร แล้วมันจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับชีวิตบ้างไม๊ อันนี้ก็คงต้องคอยติดตามอ่านกันต่อไปนะครับ เดี๋ยวผมจะทะยอยมาเล่าเพื่อนๆให้ฟัง
3) กล้อง DSLR

กล้องดิจิตอล(Digital Camera) ประเภทสุดท้ายก็คือ กล้อง DSLR ซึ่งเป็นกล้องที่เรียกว่ากำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบันเลยทีเดียว กล้องประเภทนี้ (DSLR) จะมีกลไกในการทำงานที่แตกต่างออกไปจากกล้อง Digital Compact และมีขนาดของเซนเซอร์รับภาพที่ใหญ่กว่ามาก กล้องประเภทนี้จะสามารถเปลี่ยนถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตามช่วงซูมต่างๆ และมีฟังก์ชันในการปรับแต่งค่าต่างๆในการถ่ายมากมาย เรื่องของกล้อง DSLR ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ ก็คงยาวล่ะครับ เอาเป็นว่า ผมจะมาอธิบายแบบเจาะลึกอีกทีในตอนต่อๆไปละกัน
เอาล่ะ เพื่อนๆคงพอจะได้ไอเดียคร่าวๆเกี่ยวกับกล้องดิจิตอล(Digital Camera) กันไปบ้างแล้วนะครับ เดี๋ยวตอนหน้าเราจะมาพูดถึงรายละเอียด กลไกการทำงานของกล้องแต่ละประเภทกัน อย่าลืมติดตามอ่านกันต่อนะครับ …

