รวมเทคนิคถ่ายภาพ แต่งภาพ ค้นหา Trip ถ่ายรูป Review กล้อง เลนส์

Review เลนส์ใหม่ Nikon AF-S 16-35 f4G ED VRII

ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับเลนส์ใหม่ ultra-wide angle zoom ตัวล่าสุดจากทาง Nikon (Nikkor) ในรหัส AF-S 16-35 f4G ED VRII แค่ชื่อก็เล่นซะยาวแล้วนะครับ อิอิ วันนี้เราจะมา Review ดูกันก่อนว่าเจ้าเลนส์ตัวนี้มีดีอะไร และมีอะไรใหม่ๆเพิ่มเข้ามาบ้าง เผื่อเพื่อนๆจะได้เตรียมเก็บตังค์ในกระเป๋าไว้ให้พร้อมก่อนล่วงหน้า :D

AF-S 16-35 f4G VRII

Nikon เปิดตัวเลนส์ใหม่ ultra-wide angle zoom AF-S 16-35 f4G ED VRII Nano

เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษนะครับ เหมาะสำหรับใช้กับกล้อง FX format (หรือ full frame นั่นเอง) ซึ่งจะทำให้ได้องศารับภาพสูงสุดที่ 107 องศาเลยทีเดียว  โดยก่อนหน้านี้ ทาง Nikon ก็ได้มีเลนส์ซูมในช่วงนี้อยู่แล้ว 3 ตัวด้วยกัน (สำหรับ FX format ที่ยังขายอยู่ในปัจจุบ้น) นั่นก็คือ

  • AF 18-35 f3.5-4.5D IF-ED
  • AF-S 17-35 f2.8D IF-ED
  • AF-S 14-24 f2.8G-ED

แล้วเจ้าเลนส์ตัวใหม่ที่ออกมานี้มีอะไรแตกต่างออกไปบ้างล่ะ น่าซื้อหรือไม่ ใครอยากรู้ ตามมาเลยครับ …

AF-S 16-35 f4G VRII ทางเลือกใหม่สำหรับคนงบปานกลาง

เลนส์ AF-S 16-35 f4G VRII ถูกวางตำแหน่งให้ขึ้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลนส์เทพอย่าง AF-S 14-24 f2.8G กับ เลนส์ในช่วงเริ่มยุคดิจิตอลอย่าง AF-S 17-35 f2.8D ถ้าคุณเป็นลูกค้า Nikon ในกลุ่ม FX format ที่ยังไม่สามารถเอื้อมไปถึงเลนส์ตัว top อย่าง AF-S 14-24 ได้ แต่ก็ยังคงอยากได้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม ตรงนี้ เลนส์ AF-S 16-35 f4G VRII ตัวใหม่ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ตอบสนองคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

คุณสมบัติของเลนส์ AF-S 16-35 f4G ED VRII

เห็นชื่อยาวเหยียดกันแบบนี้ เรามาลองถอดรหัสกันซักหน่อยครับ ว่าเลนส์ตัวนี้มีคุณสมบัติอย่างไรกันบ้าง

  • AF-S แน่นอนครับ หลายๆท่านอาจจะรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเลนส์ที่มี silence wave motor อยู่ในตัวเลนส์ ตรงนี้มีข้อดีก็คือ กาารโฟกัสจะทำได้อย่างรวดเร็วและเงียบมากๆครับ นอกจากนี้ยังจะทำให้ท่านใช้เลนส์ตัวนี้กับกล้องระดับ Entry-Level-DX format ของทาง Nikon  อย่าง D5000 ได้อีกด้วย (แต่เราจะไม่ขอเน้นถึงตรงนี้ เนื่องจากเลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับระบบ FX เป็นหลัก ถ้านำไปใช้ในระบบ DX จะทำให้กลายเป็นเลนส์ Normal Zoom ช่วงสั้นๆแทน)
  • 16-35 ก็แสดงให้เห็นถึงการเป็นเลนส์ในช่วง ultra wide โดยองศาการรรับภาพจะอยู่ที่ 107° – 63° ในระบบ FX และแคบลงไปที่ 83° – 44° ในระบบ DX
  • f4G เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง f4 ตลอดช่วง ส่วน G ก็คือ เป็นเลนส์ที่ไม่มีแหวนปรับรูรับแสงตรงปลายกระบอกเลนส์ครับ
  • ED เลนส์ตัวนี้ประกอบไปด้วย ชิ้นเลนส์พิเศษ ED จำนวน 2 ชิ้น และ ชิ้นเลนส์ Aspherical จำนวน 3 ชิ้น ลดความคลาดเคลื่อนสีอย่างมีประสิทธิภาพ
  • VR เลนส์ AF-S 16-35 f4G ตัวนี้ ถือได้ว่าเป็นเลนส์ซูมมุมกว้างตัวแรกของโลก ที่ใส่ระบบกันสั่น หรือ Vibration Reduction (VRII) มาให้ครับ ตรงนี้ก็จะสอดรับและทดแทนกันได้เป็นอย่างดีกับการที่รูรับแสงถูกลดลงจาก f2.8 เหลือ f4 ช่วยให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติประมาณ 4 stop
  • Nano ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดขายที่สำคัญสำหรับเลนส์ระดับมืออาชีพของ Nikon เลนส์ AF-S 16-35 f4G ตัวนี้ถูกเคลือบมาด้วยสาร Nano Crystal ซึ่งจะช่วยให้ลดการสะท้อนแสงในกระบอกเลนส์ และแสงแฟลร์อีกด้วย

โครงสร้างทางเทคนิค AF-S 16-35 f4G VRII

ส่วนอันนี้เป็นตารางคุณสมบัติโครงสร้างทางเทคนิคของ AF-S 16-35 f4G VRII นะครับ เผื่อท่านที่สนใจ (ข้อมูลจาก Nikon)

จุดเด่นของเลนส์ AF-S 16-35 f4G

จุดเด่นหลักๆเลยของเลนส์ตัวนี้ก็คงจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

  • เป็นเลนส์ที่อยู่ในระดับเกรดโปรของทาง Nikon (ขอบทอง)
  • ระบบ VRII ที่ช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้นในสภาพแสงต่ำๆ และชดเชยการขาดหายไปของรูรับแสง f2.8
  • เคลือบสาร Nano Crystal ลดแสงแฟลร์ แบบเดียวที่มีให้ในเลนส์เทพอย่าง AF-S 14-24 f2.8G
  • Body ถูกออกแบบมาอย่างดี ทำจากวัสดุ Magnesium Alloy ทนทานต่อการใช้งาน
  • หน้าเลนส์ไม่โค้งมนมากเท่า AF-S 14-24 f2.8G ทำให้สามารถใส่ Filter ที่หน้าเลนส์ได้ (หน้าเลนส์ขนาด 77 mm)
  • และที่สำคัญที่สุดคือ ทั้งหมดนี้ หาได้ในราคาที่ย่อมเยากว่าเดิม

ราคาของเลนส์ AF-S 16-35 f4G

เลนส์ตัวนี้ัยังไม่มีขายในเมืองไทยนะครับ โดยราคาเปิดตัวที่ USA อยู่ที่ประมาณ1,260 US$ ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ สี่หมื่นบาทครับ ก็คงต้องวัดใจกันอีกทีว่า พอเข้ามาถึงเมืองไทยแล้วราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่ … คิดว่ายังไงก็คงจะต่ำกว่า AF-S 14-24 f2.8G แน่ๆอ่ะครับ อิอิ :D

Review Nikon D5000

อาจจะดูช้าไปซักเล็กน้อยหากจะทำการ Review Nikon D5000 กล้องขุนพลตัวใหม่จากค่าย Nikon แต่ก็เชื่อว่ายังมีเพื่อนๆอีกหลายคนเลยทีเดียวที่ยังลังเล ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเลือกกล้องตัวไหนเอาไว้ใช้คู่กายดี วันนี้ทางทีมงาน หลังกล้อง.com เลยมีข้อมูลดีๆมาฝากกันครับ

กล้อง Nikon D5000 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2009 ที่ผ่านมานี้เอง โดยทาง Nikon จัดเจ้า D5000 นี้อยู่ในกลุ่ม upper-entry-level DSLR และวาง position ของตัว product อยู่ระหว่าง D60 (ในขณะนั้น หรือ D3000 ณ ตอนนี้) กับ D90 เรียกได้ว่าเป็น product line ตัวใหม่ของทาง Nikon เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ในแง่ของการตลาดก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวออกมาชนกับคู่แข่งตลอดการอย่าง Canon EOS 500D กันแบบเต็มๆ งานนี้ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างเราๆล่ะครับ เพราะทำให้มีตัวเลือกกว้างมากขึ้น ว่าแล้วเราก็มาทำการ Review Nikon D5000 กันเลยดีกว่า

review nikon d5000

What’s News !!! มีอะไรใหม่ใน Nikon D5000

New vari-angle monitor

อย่างแรกเลยที่เห็นได้อย่างชัดเจน และเป็นจุดขายหลักๆของ Nikon D5000 ก็คือหน้าจอ LCD แบบหมุนได้รอบทิศทาง ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 pixel เพื่อนๆที่ชอบถ่ายรูปมุมแนวๆ ถ่ายบนพื้นดิน ถ่ายตัวเองคงจะปลื้มกับฟังก์ชันนี้กันไม่น้อยแน่ๆครับ

vari angle monitor

Body

Body ของ D5000 ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า D60 เล็กน้อย ทำให้จับถนัดมือขึ้น นอกจากนี้บริเวณวงล้อ dial ด้านขวาก็มีแผ่นหนังปิดไว้สำหรับรองนิ้วโป้ง ปุ่มกดต่างๆถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ถนัดมากยิ่งขึ้น

body D5000

Image Sensor

Nikon D5000 ใช้ sensor แบบ CMOS ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล (แบบ APS-C ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Nikon D90) ระบบประมวลผล 12 bit EXPEED image processing system พร้อมด้วยระบบทำความสะอาด sensor (Sensor-Cleaning Module)

image processing system

Movie Mode

บันทึกวิดีโอพร้อมเสียงแบบ HD 720p ที่ 24 fps ได้สูงสุด 5 นาที (สูงสุด 20 นาที ที่ความละเอียด 424p และ 216p)

Other Key Product Features

  • ระบบ Auto focus Nikon Multi-CAM1000 แบบ 11 จุด TTL (เหมือนใน D90) ตรงนี้เพิ่มขึ้นมาจาก D60 ที่มีเพียงแค่ 3 จุด นอกจากนี้ Nikon D5000 ยังมีโหมด auto focus แบบ 3D tracking ที่สามารถจับการเคลื่อนไหวของวัตถุได้ในแนวลึก (เช่นถ่ายนกบิน) เพิ่มมาให้อีกด้วย
  • Live View ทำให้สามารถถ่ายภาพแบบกล้อง compact โดยไม่ต้องใช้ตาแนบที่ช่องมองภาพได้ ระบบ Auto focus ในโหมด Live View ยังมีให้เลือกอีกถึง 4 แบบด้วยกัน คือ Face Priority, Wide Area, Normal Area และ Subject Tracking
  • สามารถ เปิด/ปิด grid line ในช่องมองภาพได้
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 4 fps
  • ระบบถ่ายภาพแบบเสียงเงียบ (Quiet Shooting)
  • ISO boost up ได้สูงสุดถึง 6400
  • โหมดถ่ายภาพคร่อม (Bracketing)
  • 19 scenes mode
  • สามารถบันทึกภาพ RAW พร้อมด้วย JPG ที่ความละเอียดสูงสุดได้ (เดิมได้แค่ Basic)
  • Picture Control ช่วยให้สามารถสร้างสรรค์สไตล์ของรูปภาพในแบบของคุณเอง ไม่ว่าจะเน้น contrast, เพิ่มความคมชัด หรือถ่ายแบบเก็บรายละเอียดแล้วมาแต่งต่อในคอมก็ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆสำหรับการตกแต่งรูปภายในกล้อง (In-camera retouching)
  • ระบบ Active D-Lighting สามารถปรับแต่งค่าได้ละเอียดมากขึ้น (จากเดิมใน D60 ทำได้แค่ On/Off)
  • มีช่องสำหรับต่อสายลั่นชัตเตอร์
  • แบตเตอรี่ EN-EL9a ความจุมากขึ้น

Review by หลังกล้อง.com

กล้อง Nikon D5000 ถือว่าเป็นกล้องที่ออกแบบมาได้น่าใช้มากๆตัวหนึ่งเลยทีเดียว เราจะมาว่ากันถึงข้อดีและข้อเสียของกล้องตัวนี้กันนะครับ (ขอเน้นเฉพาะจุดเด่นๆ ที่ทางเราคิดว่ามีส่วนสำคัญในการตัดสินใจนะครับ)

ข้อดี

ด้วย Body ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้งาน การออกแบบปุ่มกด โดยเฉพาะปุ่ม AE Lock ผมค่อนข้างชอบมากเป็นพิเศษเพราะทาง Nikon จัดให้วางอยู่บนระนาบเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย เวลากดปุ่มค้างเอาไว้จะค่อนข้างมั่นคงมากๆ

AE Lock

ระบบ Auto focus ที่เพิ่มขึ้นเป็น 11 จุด ทำให้การถ่ายภาพคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบ 3D tracking system ซึ่งจะทำการจับโฟกัสที่วัตถุไว้ตลอด ไม่ว่าจะเคลื่อนที่เปลี่ยนระนาบไปทางไหน ตรงนี้เหมาะมากๆสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนกหรือวัตถุที่บินไปบินมา

หน้าจอ LCD แบบหมุนได้ อันนี้คงจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นพระเอกของ Nikon D5000 เลย เป็นการทำลายขีดจำกัดของการถ่ายภาพให้ได้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ชอบถ่ายภาพแบบนอนราบบนพื้น หรือจะในงานคอนเสิร์ตที่คนมุงกันเยอะๆ ทำให้ต้องยื่นแต่กล้องเข้าไปถ่าย ตรงนี้เพื่อนๆมั่นใจได้เลยว่าจะต้องได้ภาพดีๆกลับมาแน่นอน นอกจากนี้ เพื่อนๆบางคนอาจจะเคยพบปัญหาเวลาตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง แล้วต้องปวดตา ปวดหัว กับการพยายามเล็งในช่องมองภาพเล็กๆเพื่อจัดองค์ประกอบภาพใช่ไม๊ครับ ถ้าได้ลองใช้ Live view มาช่วยแล้วล่ะก็ รับรองจะต้องติดใจแน่ๆครับ

สามารถใช้งานในโหมดถ่ายวิดีโอได้ ตรงนี้ก็มีประโยชน์มากครับ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ทำได้แบบ perfect แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆแล้วล่ะครับ

Grid Line ในช่องมองภาพ จะช่วยเพื่อนๆให้การจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น ป้องกันการถ่ายภาพแล้วโลกเอียงได้อีกด้วย

ต่อสายลั่นชัตเตอร์ได้ ป๊าดดด อันนี้แหละแหล่ม การถ่ายภาพกลางคืน ถ่ายพลุ จะไม่มีอุปสรรคอีกแล้วว

โหมดถ่ายภาพแบบเสียงเงียบ .. อันนี้ก็มีประโยชน์เวลาที่อยู่ในสถานที่ที่ต้องการความสงบหรือไม่ต้องการให้มีเสียงกล้องมารบกวน

ข้อเสีย

แม้ว่าปุ่มต่างๆจะออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่ยังมีข้อเสียเดิมๆคือให้มาค่อนข้างน้อยเกินไป การปรับ WB, ISO หรือ ขนาดไฟล์ภาพ ต้องกดเข้าไปปรับตั้งในหน้าจอ LCD หลัก ในเวลาที่เร่งรีบก็ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน (อย่างไรก็ตาม D5000 มีปุ่ม fn มาให้หนึ่งปุ่ม ซึ่งเราจะกำหนดให้มันเป็นการตั้งค่าอะไรก็ได้)

ไม่มีมอเตอร์ในตัวกล้อง … เป็นที่รู้กันมาโดยตลอดว่ากล้อง Nikon ในสมัยก่อนๆนั้น ออกแบบโดยใช้มอเตอร์ช่วยในการ auto focus จากที่ตัวกล้อง (สังเกตุว่าจะมีเหมือนไขควงเล็กๆยื่นออกมาข้างๆเมาท์ ในรุ่น D80 หรือ D90 ขึ้นไป) ไม่ใช่ที่

เลนส์ ทำให้หากเราอยากจะใช้เลนส์เก่าๆ พวก AF-D กับ D5000 แล้วล่ะก็ จะต้องใช้มือหมุน หรือว่า manual focus เอาครับ ย้ำกันชัดๆนิดนึงว่าแค่ระบบ auto focus นะครับ ที่ไม่ทำงาน เพราะยังมีหลายๆคนที่เข้าใจผิดตรงนี้อยู่ แต่จริงๆจะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ถึงกับจะเป็นข้อเสียที่หนักหนาอะไร เพราะเลนส์รุ่นใหม่ๆที่ออกมาของ Nikon จะเป็นตระกูล AF-S แทบทั้งหมด (มีมอเตอร์ที่ตัวเลนส์) มีให้เลือกทั้งเลนส์ระดับเทพตัวละหกเจ็ดหมื่นไปจนถึงเลนส์ระดับเริ่มต้นราคาแค่เจ็ดแปดพันแต่คุณภาพใช้ได้เลยทีเดียว เพื่อนๆก็อาจจะแค่เสียโอกาสในการใช้เลนส์ fix ดีๆราคาถูกอย่าง AF-50 f1.8D  ให้ได้เต็มระบบไปเท่านั้นเอง (จริงๆบางคนเค้าก็ชอบใช้ MF (Manual Focus) นะครับ อิอิ)

ระบบ Flash … จริงๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาว Nikon เลยก็คือระบบ Flash ที่เรียกว่า CLS (Creative Lighting System) โดยกล้อง Nikon (ตั้งแต่ D80 หรือ D90 ขึ้นไป) สามารถที่จะใช้ flash หัวกล้องเป็น Commander เพื่อสั่งงาน Flash นอกแบบไร้สายได้โดยไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์มาต่อพ่วงใดๆ แถมยังทำงานแบบ TTL ซะด้วย (แม้แต่กล้อง EOS 5D ยังทำไม่ได้เลยนะครับ อิอิ) แต่กับ D5000 เพื่อนๆจะไม่สามารถใช้งานในส่วนนี้ได้ครับ ต้องซื้อตัว Wireless Trigger มาเพิ่ม หรือไม่ก็ซื้อ SB-600 มาซักตัว SB-900 มาอีกซักตัว ให้ตัวนึงสั่งอีกตัวนึงก็ได้ 555 ข้อเสียอีกจุดหนึ่งในเรื่อง Flash กับ D5000 ก็คือการใช้งานในโหมด Auto FP หรือ High Speed Sync กับ Flash นอก แม้ว่าเราจะมี Flash SB-900 ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เจ้า Nikon D5000 สั่งงานให้ Flash ทำงานสัมพันธ์กับสปีดชัตเตอร์สูงๆ (มากกว่า 1/200s) ได้ครับ ถามว่าตรงนี้จริงๆแล้วสำคัญมากไม๊ ผมมองว่ามันก็ไม่เท่าไหร่นะครับ เพราะจริงๆแล้ว การที่เราจะได้ภาพสวยๆ สภาพแสงมีส่วนสำคัญมากๆครับ การถ่ายภาพในตอนกลางวัน แดดแรงๆ แสงแข็งๆ ต่อให้มี High Speed Sync ภาพก็ออกมาไม่สุดครับ กลับกันถ้าเราเลือกถ่ายภาพในช่วงเช้า แสงกำลังพอเหมาะ Auto FP ก็แทบจะไม่จำเป็นต้องใช้ แถมได้ภาพที่สวยกว่าด้วย

สรุป REview Nikon D5000

สรุปว่า Nikon D5000 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีทีเดียวสำหรับเพื่อนๆที่อยากจะลองหา DSLR มาไว้ข้างกายซักตัว ด้วยวัสดุในการประกอบที่ทำออกมาได้ดี ดูมีราคา ทำให้เพิ่มความน่าใช้ขึ้นได้อีกพอสมควร หน้าจอ LCD แบบพับได้ใช้งานได้ค่อนข้างดี practical และสะดวกมากๆ เพิ่มโอกาสในการได้ภาพสวยๆในมุมแปลกๆ ถ่ายวิดีโอได้ มีระบบ Live View ระบบ auto focus แบบ 3D tracking system ช่วยให้การถ่ายวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว กลายเป็นเรื่องง่ายๆไปเลย ถึงแม้ D5000 จะมีข้อเสียอยู่บ้างในเรื่องปุ่มต่างๆในการควบคุมกล้องมีน้อยไปหน่อย, ไม่มีมอเตอร์ในตัว และ โหมดในการใช้งาน Flash ให้มาไม่สุดๆ แต่ก็มองว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายอะไรในระดับเริ่มต้น

หลังกล้อง.com ฮายยยลี๊ เรคคอมเมนด์ คร๊าบบ อิอิ ..

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่งบถึงและอยากใช้งานในระดับค่อนข้าง advance ก็อาจจะมอง D90 ไว้เป็นอีกทางเลือกนึงครับ เพราะโดยรวมค่อนข้างจะสมบูรณ์มากกว่า ฟังก์ชันต่างๆให้มาครบ Body ใหญ่จับถนัดมือ การควบคุมกล้องก็สะดวกด้วยปุ่มปรับค่าต่างๆที่ให้มาครบถ้วน แถมจอ LCD บอกรายละเอียดด้านบนด้วย ไว้มีโอกาส ทางทีมงานหลังกล้อง.com จะทำ Review ออกมาให้เพื่อนๆได้ชมกันครับ อดใจรอนี๊ดดนึง

เอาล่ะครับ เป็นยังไงกันบ้าง กับ Review Nikon D5000 สไตล์ หลังกล้อง.com หวังว่าเพื่อนๆที่กำลังจดๆ จ้องๆ กับกล้องตัวนี้คงจะได้ข้อมูลไปเพิ่มเติมบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ไว้เดี๋ยวในคราวหน้าคงจะมีภาพตัวอย่างจากกล้องตัวนี้มาให้ชมกัน ตอนนี้ยังไม่มีเวลาไปไหนเลยครับ ขอแปะไว้ก่อน อิอิ แล้วพบกันครับ

Nikon D5000

Nikon D5000

Nikon D5000

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes